สมกับเป็นมหิงสา

ควายป่าที่แท้จริงนั้น บางคนอาจจะให้เกียรติเรียกว่า "มหิงสา" จะมีขนาดลำตัวใหญ่กว่าควายบ้าน ในปัจจุบันมากเกือบ ๆ ขนาดพ่อกับลูก ควายป่าเป็นสัตว์ที่มีท่าทางประเปรียวว่องไวเคลื่อนไหวรวดเร็ว ไม่เชื่องช้าโง่เซื่องซึมอย่างควายบ้าน ที่ถูกเรียกกันว่า "(ไอ้)ควาย" หรือ "(นาย)กระบือ" จริง ๆ คำว่า "มหิส" ในภาษาบาลีมันก็แปลง่า "ควาย" อยู่นั่นเอง เพียงแต่ควายป่านั้นเก่งและเท่ กว่าควายบ้านมาก สามารถเอาตัวรอด อาศัยอยู่ได้เองตามธรรมชาติโดยอาศัยความแข็งแกร่ง บึกบึนของร่างกาย ความแหลม คมกว้างใหญ่ปหลนคมของวงเขา ความสเลนเดอร์ของมหิงสานั้นพบว่ารูปร่างได้สัดส่วนกว่า ควายป่าที่ยังมีลมหายใจในยุคปัจจุบันอยู่ในถิ่นที่อาศัยเดิม ควายบ้านมากมีลำคอ แผงลำคอที่กว้างและหนา ท้องคอดเพรียวขนานกับพื้น ไม่ห้อย ไม่อ้วนฉุพุงกลาง "ท้องอ่าง" เหมือนควายบ้าน แต่ควายป่าก็คงเป็นต้นตระกูลของควายบ้าน หลังจากมนุษย์จับมาเลี้ยงไว้ใช้งานออกลูก ออกหลานหลายรุ่น ไม่ต้องออกหากินหรือเผชิญภัย ในธรรมชาติ ความดุร้ายรวมทั้งขนาดของรางกาย ก็หดเล็กลง เนื่องจากไม่ได้กินอาหารหลากหลายและออกกำลังกายอย่างมากมายเหมือน ต้นระกูลดั้งเดิม
ควายป่าเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่เป็นฝูงขนาดใหญ่ ๆ หากินในป่าโปร่งและทุ่งหญ้าที่ไม่ไกลจาก แหล่งนhe เมื่อหากินอิ่มแล้วก็ชอบนอนปลักโคลนหรือนอนแช่น้ำในลำห้วยโคลนตมจะป้องกัน เหลือบยุงไม่ให้กัดโดยสะดวกใจมากนัก ควายป่าในฝูงส่วนใหญ่เป็นตัวเมียและตัวผู้ที่อายุยังน้อย ส่วนตัวเมียและตัวผู้เต็มวัยมักจะแยกตัวออกจากฝูง ไปอยู่โดด ๆ เป็น "ควายป่าโทน" มักจะดุร้าย เปรียว จะเข้าฝูงมาผสมพันธุ์ก็ต่อเมื่อฮึ่ดฮั่ดและอัดอั้นในช่วงฤดูผสมพันธุ์ อุปนิสัยหรือสัญชาติญาณ ผจญภัยแสวงหาสิ่งใหม่ ๆ ของเพศผู้นี้เอง ที่ทำให้มีการแลกเปลี่ยนยีนที่ดี ส่งผลต่อการสืบทอด เผ่าพันธุ์ เพราะหากว่าตัวผู้ยังคงอยู่ในฝูง ไม่ช้าก็คงจะต้องผสมกันเองระหว่างพี่น้องท้องเดียวกัน อันจะ เกิดปัญหาเลือดชิดโอกาสติดโรคสูงอ่อนแอลง รวมทั้งความทนทานในด้านต่าง ๆ ก็จะลดลง
หากสนใจศึกษาดูจะพบว่า โครโมโซมของทั้งควายป่าควายบ้านก็คือ 2n=48 เพียงแต่จะ ต้องมียีนเด่นยีนด้อยบนโครโมโซมที่ต่างหัน การที่ประเทศไทยยังคงมีควายป่าอยู่ในสต็อคไว้ใน ห้วยขาแข้งจึงเป็นโอกาสอันดีต่อไปในอนาคต หากจะมีการนำยีนของควายป่า หรือกระทิง หรือ วัวแดงก็ตาม มาใช้ในการพัฒนาหรือปรับปรุงสายพันธุ์ของสัตว์ตระกูลวัวควายในประเทศไทย เพราะแม้แต่สมัยก่อน ชาวบ้านเคยเล่าให้ นพ. บุญส่ง บันทึกไว้ว่า ควายตัวผู้ชอบแอบไปทับควาย บ้านตัวเมียที่ปล่อยให้หากินตามชายป่า ลูก ๆ ที่ออกมาจึงมีขนาดใหญ่ยาวเหมือนพ่อ จนตัว "ยาวล้นเกวียน" ใช้เทียมเกวียนและไถนายาก และมักดื้อ เจ้าของบังคับไม่ใคร่อยู่ นั่นก็เป็นผล มาจากยีนเด่นตามธรรมชาตินั่นเอง ในบริเวณริมลำห้วยขาแข้งจะพบเห็นรอยเท้าควายป่าอยู่ทั่วไป
ควายป่าไม่กลัวสัตว์ดุร้ายใด ๆ ไม่เว้นแม้ แต่เสือโคร่ง ควายป่าสามารถใช้เขาอันยาวแหลม ต่อสู้ศัตรูป้องกันตัวเองได้ เสือดาวมักไม่กล้า มาตอแย เสือใหญ่อย่างเสือโคร่งหากไม่หิวจัด ก็ไม่อยากล่าเหยื่อที่มีฤทธิ์ร้ายอย่าฃนี้นัก หากมี เสือโคร่งมาวนเวียนพยายามจะฆ่าลูกควายป่ากิน ฝูงควายป่าเมื่อได้กลิ่นเสือก็มักจะมายืนรวมหมู่ กันให้ลูก ๆ ไปอยู่ด้านหลัง เหล่าแม่ควายป่าจะ พากันแกว่งเขารับเมื่อเสือโคร่งกระโดดเข้าใส่ ควายป่าก็จะใช้ปลายเขาแหลมคมเปรียบได้กับ "เดือยไก่ป่า" หากเสือโคร่ง กระโดดเข้าไปผิดจังหวะก็มักจะถูกขวิดเป็นบาดแผลฉกรรจ์ถึงตายได้ง่าย ๆ เหมือนกัน สำหรับฤทธิ์ ของมหิงสาในวรรณคดีไทย ก็มีในบทเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน นอกจากนี้คำว่า "ลูกทรพี" ก็มีที่ มาจากฤทธิ์ของลูกควายป่าที่วัดรอยเท้าพ่อในเรื่องรามเกียรติ์
ความดุร้ายของควายป่าโทนนั้นเป็นที่ทราบ กันดีเพราะว่าแม้แต่เจ้าหน้าที่กำลังบินสำรวจสภาพ ป่าและสัตว์ป่า หากพบและบินเข้าใกล้ ควายป่า โทนจะวิ่งหรือกระโจนไล่ขวิด ฮ. ของเจ้าหน้าที่ อยู่บ่อย ๆ ปรกติสัตว์ป่าพยายามหลบเลี่ยง ไม่ต้องการที่จะเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตที่เรียกตัว เองว่า "มนุษย์" นักแต่ครั้งหนึ่งเมื่อ 2-3 ปีมาแล้ว เมื่อ "สัตว์ป่า" หลบเลี่ยงจากมนุษย์ไม่สำเร็จ เนื่องจาก มนุษย์เป็นฝ่ายเข้าไปยุ่มย่ามมากเกินไป ควายป่าก็วิ่งชาร์จเข้าใส่นักภ่ายภาพผู้หนึ่งซึ่งต้องการภาพเด็ด แต่ไม่ได้มีการเตรียมตัวอย่างดีเท่าที่ควร ส่งผลให้เกือบถูกเด็ดชีพ ส่วนควายป่าที่น่าสงสารตัวนั้นก็มี โอกาสชาร์จเข้าใส่มนุษย์ครั้งนั้นเป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากเจ้าหน้าที่พิทักษ์ซึ่งนอกจากจำต้องเดินทางนำ ไปแล้วก็จำต้องยิงควายป่าตัวนั้น เพื่อรักษาชีวิตมนุษย์คนนั้นไว้ไม่ว่าด้วยความหนัก อกหนักใจหรือขัด แย้งในใจมากเพียงใดก็ตามเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นบทเรียนที่น่าจดจำ