พระร่วง
นายคงเคราพ่อเมืองละโว้ (ลพบุรีปัจจุบัน) ซึ่งเป็นนายกองส่วยน้ำ มีบุตรชายคนหนึ่งชื่อว่า นายร่วง เมื่อบิดาของเขาตายนายร่วงก็ได้ทำหน้าที่แทนบิดา กล่าวกันว่านายร่วงนั้นมีอานุภาพวาจาสิทธิ์ว่าให้เป็นอะไรก็เป็นได้อย่างนั้น

วันหนึ่งครั้นถึงคราวส่งส่วยน้ำไปยังพระนครหลวง นายร่วงเห็นว่าตักน้ำใส่ตุ่มขนไปลำบากนักเพราะ ทั้งหนักและแตกได้ง่าย ดังนั้นเขาจึงเอาไม้ไผ่มาสานเป็นชะลอมและใช้แทนตุ่มดินด้วยอานุภาพวาจาสิทธ์เขาสั่ง ไม่ให้น้ำไหลออกมาจากชะลอมน้ำก็ไม่รั่วไปได้

เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเอง นักคุ้มเจ้าพนักงานขอมที่มาเร่งส่วยน้ำก็ตกใจกลัวปาฏิหาริย์ของ นายร่วง รีบนำชะลอมน้ำไปถวายพระเจ้าพันธุมสุริยวงศ์พระเจ้าแผ่นดินขอม เขากราบทูลให้พระองค์ทรงทราบ ว่าผู้มีบุญเกิดขึ้นแล้วที่เมืองละโว้ พระเจ้าแผ่นดินขอมจึงทรงดำริว่าต่อไปชายผู้นี้จะเป็นราชศัตรู ดังนั้นจึงให้ ขอมไปจับตัวนายร่วงมาถวายในทันทีไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตายก็ได้ หลังจากได้รับคำสั่งแล้วชายผู้นั้นก็ดำแทรกแผ่นดินมาจึงถูกเรียกว่า “ขอมดำดิน”

เมื่อรู้ข่าวพระเจ้าแผ่นดินขอมจะให้จับตัว นายร่วงจึงหนีขึ้นไปบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองสุโขทัย วันหนึ่งในขณะที่พระร่วงกำลังกวาดลานวัดอยู่นั้น ทันใดนั้นขอมดำดินก็โผล่ขึ้นมาต่อหน้าท่าน และเห็นพระร่วงไม่รู้จักจึงถามหานายร่วงที่หนีมาจากเมืองละโว้ พระร่วงรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตน จึง บอกให้ขอมรออยู่ที่ตรงนั้นจะไปบอกนายร่วงให้ และด้วยอำนาจวาจาสิทธ์ของพระร่วง ขอมเลยถูกสาบให้กลายเป็นหินติดอยู่กับแผ่นดินนับแต่นั้นมา

หลังจากนั้น เจ้ากรุงสุโขทัยสิ้นพระชนม์ลง ไม่มีผู้ใดจะสืบราชวงศ์ ในขณะนั้นกิตติศัพท์แพร่หลาย ว่าพระร่วงมีวาจาสิทธ์ได้สาปขอมให้กลายเป็นหินได้ ชาวเมืองสุโขทัยเห็นว่าพระร่วงมีบุญญานุภาพ จึง พร้อมใจกันเชิญให้ลาผนวชออกครองราชย์สมบัติกรุงสุโขทัย และถวายพระนามว่า “ พระเจ้าศรีจันทราธิบดี ” หรือ “ ศรีอินทราทิตย์ ”

แง่คิด: คนดีมีบุญบารมีย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้

Back