วันหนึ่งครั้นถึงคราวส่งส่วยน้ำไปยังพระนครหลวง นายร่วงเห็นว่าตักน้ำใส่ตุ่มขนไปลำบากนักเพราะ
ทั้งหนักและแตกได้ง่าย ดังนั้นเขาจึงเอาไม้ไผ่มาสานเป็นชะลอมและใช้แทนตุ่มดินด้วยอานุภาพวาจาสิทธ์เขาสั่ง
ไม่ให้น้ำไหลออกมาจากชะลอมน้ำก็ไม่รั่วไปได้
เมื่อได้เห็นเหตุการณ์ด้วยตาตัวเอง นักคุ้มเจ้าพนักงานขอมที่มาเร่งส่วยน้ำก็ตกใจกลัวปาฏิหาริย์ของ
นายร่วง รีบนำชะลอมน้ำไปถวายพระเจ้าพันธุมสุริยวงศ์พระเจ้าแผ่นดินขอม เขากราบทูลให้พระองค์ทรงทราบ
ว่าผู้มีบุญเกิดขึ้นแล้วที่เมืองละโว้ พระเจ้าแผ่นดินขอมจึงทรงดำริว่าต่อไปชายผู้นี้จะเป็นราชศัตรู ดังนั้นจึงให้
ขอมไปจับตัวนายร่วงมาถวายในทันทีไม่ว่าจะจับเป็นหรือจับตายก็ได้ หลังจากได้รับคำสั่งแล้วชายผู้นั้นก็ดำแทรกแผ่นดินมาจึงถูกเรียกว่า ขอมดำดิน
เมื่อรู้ข่าวพระเจ้าแผ่นดินขอมจะให้จับตัว นายร่วงจึงหนีขึ้นไปบวชเป็นพระภิกษุอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งในเมืองสุโขทัย วันหนึ่งในขณะที่พระร่วงกำลังกวาดลานวัดอยู่นั้น ทันใดนั้นขอมดำดินก็โผล่ขึ้นมาต่อหน้าท่าน และเห็นพระร่วงไม่รู้จักจึงถามหานายร่วงที่หนีมาจากเมืองละโว้ พระร่วงรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตน จึง บอกให้ขอมรออยู่ที่ตรงนั้นจะไปบอกนายร่วงให้ และด้วยอำนาจวาจาสิทธ์ของพระร่วง ขอมเลยถูกสาบให้กลายเป็นหินติดอยู่กับแผ่นดินนับแต่นั้นมา หลังจากนั้น เจ้ากรุงสุโขทัยสิ้นพระชนม์ลง ไม่มีผู้ใดจะสืบราชวงศ์ ในขณะนั้นกิตติศัพท์แพร่หลาย ว่าพระร่วงมีวาจาสิทธ์ได้สาปขอมให้กลายเป็นหินได้ ชาวเมืองสุโขทัยเห็นว่าพระร่วงมีบุญญานุภาพ จึง พร้อมใจกันเชิญให้ลาผนวชออกครองราชย์สมบัติกรุงสุโขทัย และถวายพระนามว่า พระเจ้าศรีจันทราธิบดี หรือ ศรีอินทราทิตย์ แง่คิด: คนดีมีบุญบารมีย่อมตกน้ำไม่ไหล ตกไฟไม่ไหม้ |
|---|