ขวานฟ้าหน้าดำ
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีสามีภรรยาคู่หนึ่งไม่มีลูกอาศัยอยู่ในกลางป่า ทั้งคู่รู้สึกเหงาและต้องการมีเด็ก ๆ ไว้เป็นเพื่อน ดังนั้นทั้งคู่จึงคิดที่จะไปขอบุตรกับเทวดา แต่ว่าเพื่อนของเขาแนะนำว่าทั้งคู่ควรจะไปขอบุตรกับเจ้าพ่อเขาเขียว พวกเขาปฏิบัติตามคำแนะนำของเพื่อนและเริ่มประกอบพิธี

ท่ามกลางควันธูปและเทียนอันฟุ้งตลบ เจ้าพ่อเขาเขียวก็ปรากฏตัวขึ้นโดยเป็นชายร่างเล็กขนาดเท่าตุ๊กตา เจ้าพ่อบอกทั้งคู่ว่าถ้าหากว่าเขาต้องการลูกจริง ๆ แล้ว ท่านก็จะไปขอเทวดามาให้คนหนึ่ง แต่ว่าทั้งคู่จะต้องรักและดูแลเด็กนั้นอย่างดี ไม่ว่าเด็กนั้นจะพิกลพิการ หรือขี้ริ้วขี้เหร่แค่ไหนก็แล้วแต่ ถ้าหากว่าทั้งคู่ตกลงรับปากท่านก็จะนำเด็กมาให้ตามคำขอ

หลังจากทั้งคู่ให้สัญญาแล้ว เจ้าพ่อเขาเขียนวก็ขึ้นไปบนสวรรค์เพื่อเชิญเทวดาองค์หนึ่งมาเกิดเป็นลูกของสองสามีภรรยาคู่นั้น ต่อมาผู้เป็นภรรยาซึ่งมีชื่อว่าสำลีก็ตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตามก่อนที่นางจะตั้งครรภ์ นางก็ฝันไปว่านางพบเด็กเกเรมีนิสัยชอบทำให้สัตว์เล็ก ๆ อย่างเช่น นกและจิ้งหรีดได้รับความทรมาน ดังนั้นนางจึงเตือนเขาว่าเป้นบาป เด็กน้อยนั้นชอบวิธีที่นางสังสอน และบอกกับนางว่า คนอื่นไม่มีความเมตตาต่อตน เพราะว่าพวกเขาถ้าไม่ตีก็จะด่าแช่ง แล้วด็กคนนั้นก็ขอให้นางเป็นมารดาของเขา เมื่อเขาพูดจบก็แปลงร่างเป็นก้อนถ่านและลอยเข้าปากนาง

ในขณะเดียวกับที่บนสวรรค์ ก็มีเทวดาองค์หนึ่งนามว่า สุดาเทพ เป็นเทวดานิสัยดีและอ่อนโยน ท่านไม่เคยทำความเดือดร้อนให้ใคร เพราะว่าท่านรู้จังแยกแยะว่าสิ่งไหนเป็นบาปและสิ่งไหนเป็นบุญ จึงประพฤติตนตามทำนองคลองธรรมเสมอมา และถึงแม้ว่าท่านจะไม่เคยรังแกใคร เทวดาองค์อื่น ๆ ก้ชอบรังแกท่านอยู่บ่อย ๆ เมื่อหมดความอดทนเข้าจริง ๆ ท่านจึงไปร้องเรียนต่อพระอินทร์ผู้ซึ่งก็รู้สึกสงสารท่านดังนั้นจึงประทานขวานฟ้ามาให้เป็นอาวุธป้องกันตัว

เมื่อได้ขวานฟ้ามาเป็นอาวุธแล้ว ท่านสุดาเทพก็ใช้ขวานนั้นทำร้ายเทวดาที่เคยรังแกตน นับจากวันนั้นมาก็ไม่มีใครกล้าต่อกรกับท่านอีกเลย จากการเป็นเทวดาที่อ่อนน้อมถ่อมตน ตอนนี้ท่านสุดาเทพองค์ใหม่ กลายเป็นเทวดาที่ยะโสโอหังและใช้อาวุธของตนรังแกเทวดาองค์อื่นโดยไม่เลือกมาก แล้ววันหนึ่งเทวดาดีองค์หนึ่งก็เข้าไปฟ้องพระอินทร์ ผู้ซึ่งสั่งให้พระอาทิตย์ไปสอนบทเรียนแก่สุดาเทพให้หลาบจำ

เมื่อได้รับคำบัญชาจากพระอินทร์แล้ว พระอาทิตย์ก็ใช้แสงเผาหน้าท่านสุดาเทพ แล้วส่งให้สุดาเทพไปเกิดเป็นมนุษย์และมีหน้าดำไปข้างหนึ่งที่ด้านซ้าย ต่อเมื่อทำความดี 7 ประการ เป็นต้นว่าช่วยชีวิตคน นั้นแหละใบหน้าของท่านก็จะกลับมาขาวและงดงามอีกครั้งหนึ่ง พระอาทิตย์อนุญาตให้ท่านนำขวานฟ้าติดตัวไปได้ และถ้าทำตนเป็นคนดีก็จะสามารถถือขวานเหาะเหินเดินอากาศได้ และด้วยผลของคำสาปนั้นเอง เมื่อเจ้าพ่อเขาเขียวนั้นหาเทวดามาให้สองสามีภรรยาคู่นั้นจึงได้เด็กหน้าดำมีขวานฟ้าเป็นอาวุธ ดังนั้นในเวลาต่อมาเขาจึงได้ชื่อว่า "ขวานฟ้าหน้าดำ"

ในขณะเดียวกัน หลังจากตั้งครรภ์อยู่เป็นเวลาหลายเดือน นรางสำลีก็คลอดลูกชายมีหน้าตาประหลาด เพราะใบหน้าด้านซ้ายมีสีดำเหมือนกับถูกไฟใหม้ อย่างไรก็ตามในวันที่เขาเกิดนั้นก็ปรากฏแสงสว่างอยู่รอบบ้าน และทันใดนั้นก็มีขวานลอยมาจากสวรรค์นั้น แล้วข่าวลือก็แพร่กระจายไปในหมู่เพื่อนบ้านว่า ภรรยาของนายอุทัยให้กำเนิดเด็กทารกหน้าดำ เด็กน้อยนั้นหน้าตาอัปลักษณ์จริง ๆ บางคนยังพูดอีกว่าทารกนั้นเป็นลูกผี ต่อมาภายหลังเพื่อนบ้านทั้งหมดก็พากันเชื่อว่าเด็กทารกนั้นเป็นลูกผีปีศาจจริง ๆ

ข่าวลือทำให้สองสามีภรรยารู้สึกเสียใจ แม้กระนั้นทั้งคู่ก็ยังรักลูกมากและให้การเลี้ยงดูเป็นอย่างดี ข่าวลือทำให้เหตุการณ์เลวร้ายลง เมื่อเพื่อนบ้านเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ควรจะให้เด็กผีอาศัยอยู่ในหมู่บ้านอีกต่อไป เพราะว่าจะนำกาลกิณีมาสู่หมู่บ้านทั้งหมด ดังนั้นจึงต้องการให้หมดผีกำจัดทารกนั้นเสีย

เพื่อปกป้องชีวิตของลูกน้อย สองสามีภรรยาจึงเตรียมตัวที่จะหนีออกจากหมู่บ้าน อย่างไรก็ตามมันก็สายเกินไปแล้วสำหรับพวกเขาที่จะหนีเพราะบ้านถูกล้อมโดยฝูงชนผู้โกรธแค้นและต้องการให้ฆ่าทารกเสีย เมื่อถึงคราวคับขันเข้าจริง ๆ ทั้งคู่ก็นั่งลงด้วยความหมดหวังและได้แต่เพียงร้องขอความเมตตาจาฝูงชนที่กรูกันเข้ามา

ก่อนที่จะถูกรุมทำร้ายตายโดยเพื่อนบ้านที่กำลังโกรธแค้น ทันใดนั้นขวานก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าและขับไล่ฝูงชนออกไป ด้วยความตกใจกลัวขวานที่ไล่ตามมานั้น เพื่อนบ้านต่างก็วิ่งหนีเอาตัวรอด ในขณะเฝ้าดูความอัศจรรย์ของขวานนั้น สองสามีภรรยาก็คิดว่าลูกของตนมีบุญมากดังนั้นจึงมีขวานตามมาตั้งแต่เกิด อย่างไรก็ตามนางก็สงสัยว่าทำไมลูกของนางจึงมีหน้าดำ จึงไปถามเจ้าพ่อเขาเขียว ซึ่งท่านก็บอกว่าทารกผู้นี้มีทั้งบาปและบุญติดตัวมา นางควรดูแลเขาให้ดีและด้วยบุญบารมีของเขา ในอนาคตหน้าของเขาจะกลับเป็นสีขาวและจะได้เป็นที่พึ่งของผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้

ในเวลาต่อมา ขวานฟ้าได้หายไปโดยไร้ร่องรอย ดังนั้นมารดาของทารกจึงไปถามเจ้าพ่อเขาเขียวว่าจะตามหาขวานได้อย่างไร แต่ท่านก็บอกว่าขวานจะกลับมาเองเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมท่ามกลางข่าวลือและเสียงนินทา เด็กน้อยมีนามว่าขวานฟ้าก็เติบโตขึ้นมาด้วยความเงียบเหงา ต่อมาภายหลังขวานฟ้าก็ได้พบกับจ้อยผู้ซึ่งเป็นเด็กกำพร้า ในคราวหนีการจับกุมของอำมาตย์แสงเพชร และเพื่อให้ห่างจากคำเยาะเย้ยถากถาง ขวานฟ้าจึงชอบท่องเที่ยวไปตามลำพังในป่า

วันหนึ่งในขณะที่นั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่ในป่า เขาก็เห็นชายผู้มีฐานะดีกำลังถุกทหารซึ่งดูท่าทีไม่เป็นมิตรจับกุมอยู่ พวกทหารกำลังพูดถึงเรื่องคำสั่งที่อำมาตย์แสงเพชรสั่งให้จับพวกที่มีฐานะดีและยึดทรัพย์สมบัติของพวกเขา ถึงแม้ว่าตัวอำมาตย์เองจะร่ำรวยและมีอำนาจแต่เขาก็ยังต้องการเงินมากเพื่อแจกจ่ายให้กับลูกน้องในความพยายามยึดบัลลังก์จากพระราชา ผู้กำลังประชวรอยู่ พระองค์ทรงพระนามว่าพระเจ้าบุรีรมย์

ถึงแม้ว่าพระราชาผู้ประชวรอยู่จะไม่เป็นอุปสรรคในการขึ้นสู่บัลลังก์ของเขาอีกต่อไปแล้ว แต่ข้าราชบริพารหลายคนก็ยังจงรักภักดีต่อพระราชาองค์ก่อนอยู่ และพวกเขาอาจจะไม่พอใจกับความทะเยอทะยานของเขาก็ได้ ดังนั้นเขาจึงต้องใช้เงินมากล่อคนมาเป็นพรรคพวกของตนให้มากที่สุด ในขณะที่พวกทหารกำลังพักผ่อนและไม่ได้สนใจตัวประกันอยู่นั้น ขวานฟ้าตัดสินใจปล่อยชายผู้มีฐานะดีและช่วยให้เขาหนี แต่เนื่องจากเขาแก่แล้วจึงวิ่งไม่เร็วพอที่จะหนีทหารที่ไล่ตามมาได้ เมื่อทหารเข้ามาใกล้แล้ว ขวานฟ้าก็ได้สวดมนต์และขอความช่วยเหลือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พระอินทร์เองก็พอใจกับการทำความดีครั้งแรกของขวานฟ้า อย่างไรก็ตามผู้ที่ช่วยเขาหนีก็คือเจ้าพ่อเขาเขียว ท่านบันดาลให้เกิดหมอกควันขึ้นเพื่อบดบังขวานฟ้าและชายผู้มีฐานะดีไว้ไม่ให้ทหารเหล่านั้นเห็น

เมื่อไม่สามารถตามจับชายผู้มีฐานะดีได้ ทหารจึงไปแจ้งให้อำมาตย์แสงเพชรทราบ ซึ่งทำให้เขาโกรธจัดและสั่งให้จับขวานฟ้าและบิดามารดาของเขาไว้ด้วย เพี่อหนีการจับกุมในครั้งนี้ขวานฟ้าและบิดามารดาจึงหนีไปคนละทิศคนละทาง หลังจากนั้นพวกเขาก็ขาดการติดต่อกันไประยะหนึ่ง ในช่วงนี้เองที่ขวานฟ้าได้เพื่อนรักชื่อจ้อย ทั้งสองเดินทางไปด้วยกันในช่วงที่ประสบความลำบากนี้

ในระหว่างผจญภัยในป่า ขวานฟ้าและจ้อยก็มาพบกับค้างคาวผีซึ่งจะดูดเลือดของทั้งสอง โชคดีที่เทพารักษ์เข้ามาขัดขวางและช่วยขับไล่สัตว์ดูดเลือดออกไป และแล้วเทพารักษ์ก็อวยพรให้เขาทั้งสองโชคดี เด็กทั้งสองออกเดินทางต่อและพบกับอันตรายมากมายหลายอย่าง ในที่สุดแห่งการเดินทางทั้งคู่ก็พบกับนกกายักษ์และผีเสื้อน้ำดุร้าย และด้วยความช่วยเหลือของเทพารักษ์และเทวดาอื่น ๆ ทั้งคู่ก็สามารถหนีรอดจากภัยอันตรายทั้งปวดได้สำเร็จ

มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ขวานฟ้าและจ้อยช่วยพระราชาของเมืองหนึ่งปราบกบฏได้สำเร็จ และชิงบัลลังก์คืนมาให้พระองค์ ด้วยความช่วยเหลือของพวกเขาทั้งสอง เมืองนี้ก็กลับมามีความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง ข่าวการทำความดีของขวานฟ้าไปถึงสวรรค์ และก็คาดว่าอีกไม่นานเขาก็จะได้กลับไปสวรรค์อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากเดินทางมาไกลแล้ว ขวานฟ้าและจ้อยก็คิดถึงบ้านเกิดเมืองนอนของตน ขวานฟ้าเองก็คิดถึงบิดามารดาซึ่งพลัดพรากจากกันมานานแล้ว เมื่อมาถึงบ้านเขาก็พบว่าบิดามารดาของตนกลายเป็นคนตาบอด เพราะอำมาตย์แสงเพชรโกรธเขาจึงสั่งให้ควักลูกตาของบิดามารดาของเขา เพื่อเป็นการแก้แค้นที่เขาขัดขวางแผนการใหญ่ของตน เพื่อแก้แค้นคนที่ทรมานบิดามารดาของเขา ขวานฟ้าจึงใช้ขวานฟ้าฆ่าอำมาตย์แสงเพชร และนำความสงบสุขกลับมาสู่บ้านเมืองอีกครั้ง

ด้วยความกตัญญูที่มีต่อบิดามารดาของเขานี้เอง ที่ทำให้พระอินทร์เกิดความสงสารบิดามารดาของเขา ดังนั้นจึงมอบดวงตาคู่ใหม่ให้สองสามีภรรยา ซึ่งทำให้กลับมามองเห็นใหม่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากประกอบคุณงามความดีเหล่านี้แล้ว ขวานฟ้าก็กลับไปสวรรค์ ดังนั้นเรื่องเด็กหน้าดำผู้มาจากสวรรค์เพื่อประกอบคุณงามความดีโดยการช่วยเหลือคนจึงจบลงเพียงเท่านี้

แง่คิด : ไม่มีคำว่าสายสำหรับการประกอบคุณงามความดี

Back