เทคนิคการทำใจให้รวมและหยุดนิ่งได้เร็ว



อุปสรรคในการเข้าถึงธรรมอย่างหนึ่งของนักปฏิบัติธรรมก็คือ เมื่อนั่งสมาธิแล้วใจจะรวม หรือหยุดนิ่งได้ช้า แม้หยุดแล้วก็นิ่งไม่สนิท กว่าใจจะรวม ก็เสียเวลาไปกับความฟุ้งซ่าน มีเรื่องราวต่างๆวนเวียน อยู่ให้ขบคิดอย่างมากมาย หากเป็นเช่นนี้ สมาธิเราจะก้าวหน้าได้ช้า ดังนั้นให้เราลองมาสำรวจอุปนิสัยภายนอกตัวเราแล้วพยายามปรับดูเพื่อให้สมาธิก้าวหน้า แล้วใจจะรวมหยุดนิ่งสู่สภาวะธรรมได้เร็ว
ให้มองโลกตามความเป็นจริง ตามหลักโลกธรรม ๘ คือมีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุข มีทุกข์ หากธรรม ๘ ประการนี้มากระทบ เราต้องไม่หวั่นไหว ทำใจเป็นกลางๆ ให้นึกเสียว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ใครๆต้องเจอ หากคิดได้อย่างนี้จะไม่มีอะไรมาเหนี่ยวรั้งใจเราได้ เวลานั่งสมาธิใจจะปล่อยวาง รวมได้เร็ว
ทำใจให้เป็นกุศล ให้เบิกบาน แช่มชื่น เยือกเย็นอยุ่เสมอ ให้หันกลับมาสำรวจตัวเองว่าเราเป็นคนขี้หงุดหงิด ฉุนเฉียว เจ้าอารมณ์ ใจร้อน แง่งอน น้อยใจอะไรง่ายๆหรือเปล่า หากเป็น ต้องแก้นิสัยนี้ให้ได้ เพราะนิสัยอย่างนี้ทำให้ใจเรากระเพื่อมได้ง่าย เป็นเหตุให้คุณภาพใจต้องเสียบ่อยๆ ให้แก้โดยการนึกถึงสิ่งที่เป็นกุศล นึกถึงบุญต่างๆที่เคยทำมาแล้วจนปีติอิ่มเอิบใจ เพื่อให้ใจสบาย มีสภาพพร้อมต่อการหยุดนิ่ง
มองทุกคนเหมือนเพื่อนร่วมทุกข์เกิดแก่เจ็บตาย และมีความปรารถนาดีต่อทุกคน หากมองอย่างนี้ได้ใจเราจะสบาย ไม่หงุกหงิด ฉุนเฉียวง่าย ไม่เจ้าอารมณ์ง่าย จะไปไหนมาไหน ก็จะมีความรู้สึกว่า มีมิตรสหายอยู่รอบตัว ไม่ต้องหวาดระแวง เพราะรู้สึกไม่มีศัตรู รู้สึกปรารถนาดีไม่คิดพยาบาทอยากทำร้ายใคร
มองโลกให้ว่างเปล่า ไม่มีแก่นสาร จะทำงาน ทำภารกิจใดก็ตาม ให้ทำให้เต็มที่ เต็มกำลังสุดความสามารถ แต่ไม่ยึดติด ไม่ต้องไปคิดกับคน สัตว์ สิ่งของ ให้รู้สึกเฉยๆ เพราะเมื่อเราไปยึดติด เวลานั่งสมาธิ เราจะปล่อยวางได้ยาก ดังนั้นต้องฝึกให้เป็นคนไม่ติดอะไรตั้งแต่ต้นจนเป็นนิสัย
หากเราทำได้อย่างนี้ ในแต่ละวันที่ผ่านไป เวลาเรานั่งสมาธิ ใจจะรวมง่าย รวมได้เร็ว และหยุดนิ่งได้สนิทมากขึ้น ทั้งที่ใช้เวลาในการนั่งสมาธิเท่ากัน เพราะเราไม่ต้องเสียเวลาไปกับการฟุ้งซ่านเสียเป็นส่วนใหญ่ สมาธิจะก้าวรุดหน้าไป และสามารถบรรลุธรรมได้ง่ายๆอย่างที่เราคาดไม่ถึง...