ประเพณีถวายผ้าอาบน้ำฝน ไม่มีกำหนดวันที่แน่นอนลงไปเพียงแต่ให้อยู่ในระยะ ๑ เดือนก่อนเข้าพรรษา ซึ่ง อยู่ระหว่างแรม ๑ ค่ำ เดือน ๗ ถึง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ประเพณีนี้เป็นประเพณีเก่าแก่ที่มีมาแต่ครั้งพุทธกาล มีเรื่องเล่ากัน ว่า เนื่องจากภิกษุมีชีวิตอยู่ด้วยการอุปถัมภ์ของฆราวาสและในสมัยนั้นพระพุทธองค์อนุญาตให้พระภิกษุมีเพียงผ้า ๓ ผืน คือ สบง จีวร และสังฆาฏิ (อังสะ) เท่านั้น ไม่มีผ้ามากผืนสำหรับใช้ผลัดเปลี่ยน ครั้นถึงฤดูฝนผ้าที่ใชัมักเปียกชื้นและซักแห้งไม่ทัน หรือเวลาสรงน้ำไม่มีผ้าไว้ผลัดอาบ พระภิกษุจึงจำต้องเปลือยกายสรงน้ำ นางวิสาขาจึงทูลพระพุทธองค์ขออนุญาตถวายผ้าอาบน้ำฝน ในฤดูกาลเข้าพรรษา ซึ่งก็ได้ประทานอนุญาตและถือเป็นประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้

ปรกติจะถวายผ้าอาบน้ำฝนและของถวายอื่นๆ เช่น ร่ม ไม้ขีดไฟ สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน กระดาษชำระ และของ จำเป็นแก่กิจประจำวันของท่าน ณ พระอุโบสถหรือศาลาการเปรียญที่จัดเอาไว้ หลังจากประเคนของแล้ว พระสงฆ์อนุโมทนา ทายกกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับไปแล้ว