แนะนำกันก่อน
ผู้จัดทำ
วงจรไฟฟ้า
การลัดวงจร
การต่อตัวต้านทาน
ตัวเก็บประจุ
การต่อเซลล์ไฟฟ้า
การเหนี่ยวนำ
สนามไฟฟ้า
ศักย์ไฟฟ้า
พลังงานไฟฟ้า
ไดโอด
หม้อแปลงไฟฟ้า
กระแสเหนี่ยวนำ
มอเตอร์
ไดนาโม
เซลล์สุริยะ
เส้นแรงไฟฟ้า
อิเล็กโตรสโคป 1
อิเล็กโตรสโคป 2
กฎของโอห์ม
กฎของเคอร์ชอฟฟ์
link ที่น่าสนใจ
ส่ง mail
Di ode

ไดโอดผลึก:

วัตถุกึ่งตัวนำแบบ N-type
เกิดจากการเอาสารเยอรมาเนียมบริสุทธิ์ ซึ่งไม่ยอมให้ไฟฟ้าผ่าน ผสมกับธาตุสารหนู การผสมนี้ต้องมีอัตราส่วนพอเหมาะ ถ้าผสมมากหรือน้อยเกินไป ก็จะไม่เกิดสารกึ่งตัวนำ ผสมแล้วจะมีอิเล็กตรอนเกินมา เพื่อให้นำ กระแสได้บ้าง
วัตถุกึ่งตัวนำแบบ P-type
เกิดจากการเอาสารเยอรมาเนียมบริสุทธิ์ผสมกับธาตุโบรอน ในอัตราส่วนที่พอเหมาะ
สารที่เอามาเติมกับสารเยอรมาเนียมนี้ เราเรียกว่า สารอสุทธิ (IMPURITY) สาร P-type นี้ ผสมแล้วอิเล็กตรอนของเยอรมาเนียมจะหายไป 1 ตัว เพราะไปอยู่กับโบรอน เยอรมาเนียมเกิดการขาดอิเล็กตรอน จึงมีประจุบวกมากกว่าประจุลบ
ถ้าเราเอาผลึกเยอรมาเนียม ชนิด P กับ N มาเชื่อมตามแนว AB (ดังรูป) เราจะเรียกว่า ไดโอดผลึก (Crystal diode) ซี่งมีคุณสมบัติการ นำไฟฟ้า แบบกึ่งตัวนำ


รูป ก. ยังไม่สับสวิทซ์ ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น

รูป ข. อิเล็กตรอนจาก N-type ถูกผลัก ผ่านแนว AB ไปสู่ P-type ที่ขาด อิเล็กตรอน เมื่อถูกผลักจากขั้วลบ และถูกดูดจากขั้วบวก อิเล็กตรอนจึงกระโดดไปเรื่อยๆ นั่นคือ เกิดกระแสไฟฟ้าไหล

รูป ค. เอา P-type กับขั้วลบ และ N-type กับขั้วบวก ขั้วบวกดูดอิเล็กตรอน มาออกันอยู่อีกฝั่งหนึ่ง ข้ามไปหา P-type ไม่ได้ จึงไม่มีกระแสไหล
แนว AB ในข้อ ข. เรียกว่า ขั้วความต้านทานต่ำ (low resistance barrier)
แนว AB ในข้อ ค. เรียกว่า ขั้วความต้านทางสูง (high resistance barrier)