ห้วยขาแข้ง มรดกโลกของเมืองไทย

	เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งเป็นผืนป่าที่มีความสำคัญยิ่ง เพราะความหลากหลายทางชีวภาพ
มีอยู่สูงมาก ที่นี่ยังมีสัตว์ใหญ่นานาชนิด เช่น เสือดาวทีมีอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งเราไม่เคยคาดคิดมาก่อน 
จนกระทั่งได้มีการเข้าไปทำการศึกษาวิจัย โดยวิธีการดักสัตว์เข้ากรง ถ่ายรูปวัดขนาด ฯลฯ เพื่อหาข้อมูล
ซึ่งจากผลของการศึกษาจึงได้รู้ว่าห้วยขาแข้งนั้นมีเสือดาวอยู่อย่างชนิดที่กล่าวได้ว่าค่อนข้างมาก เสือโคร่ง
ก็ยังมีจำนวนหนึ่ง เพราะมีร่องรอยและมีการถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐานได้ในเวลากลางคืน เป็นภาพเสือโคร่ง
ขนาดใหญ่กำลังกินซากสัตว์อยู่ 
	เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งจึงเป็นเขตป่าอนุรักษ์ที่นักวิจัย นักวิชาการสาขาต่างๆควรเข้าไป
ทำการศึกษาวิจัยเพื่อหาความรู้ให้มากกว่าที่ดำเนินการในปัจุบัน อันจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผน
ด้านการอนุรักษ์ที่เหมาะสมได้ในอนาคต ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้งนั้น นับว่าเป็นเขตอนุรักษ์
แห่งเดียวที่มีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับเรื่องสัตว์ป่ามากที่สุด และแน่นอนยังมีงานวิจัยที่ต้องทำอีกมากมาย 
เช่น การให้ความสนใจเรื่องสัตว์ใหญ่ที่กำลังจะสูญพันธุ์ เมื่อกล่าวถึงความหลากหลายทางชีวภาพด้านสัตว์ป่า 
คนทั่วไปจะนึกถึงเฉพาะสัตว์สี่เท้ากับนก จริงๆแล้วพวกสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก สัตว์น้ำ 
และแมลงก็มีมากมายในป่าบ้านเรา เพียงแต่ยังขาดผู้เชี่ยวชาญจริงๆในเรื่องนั้นๆจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะ
ต้องให้การสนับสนุนและผลักดันให้มีการวิจัยเรื่องของสัตว์และพืช ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าให้มากขึ้น 
ไม่เฉพาะที่ห้วยขาแข้งหรือทุ่งใหญ่นเรศวรเท่านั้น แต่ควรทำในพื้นที่อนุรักษ์อื่นๆทั่วประเทศซึ่งมีระบบนิเวศที่
แตกต่างกันออกไปอีกด้วย 
	ประชาชนและนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะไม่เข้าใจว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากับอุทยานแห่งชาติ
นั้นแตกต่างกันอย่างไร การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจจึงมีส่วนที่จะสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ซึ่งจะ
นำไปสู่การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ 
กล่าวอย่างสั้นๆ อุทยานแห่งชาติก็คือ สถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน การเข้าไปอุทยานฯ ก็เพื่อไปดูธรรมชาติที่สวยงาม เช่น เกาะแก่ง น้ำตก และสิ่งมีชีวิตต่างๆที่เป็นองค์ประกอบทางธรรมชาติซึ่ง จะได้รับทั้งความรู้และความเพลิดเพลิน ส่วนเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่านั้นเป็นพื้นที่เฉพาะที่ให้สัตว์ป่าดำรงชีวิตอยู่โดยไม่มีมนุษย์เข้าไป รบกวนเป็นขุมทรัพย์ทางความรู้สำหรับนักวิชาการ นักวิจัย เพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ดังนั้นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจึงไม่ใช่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่ในประเทศที่เจริญแล้วส่วน ใหญ่จะไม่มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เช่น สหรัฐอมเริกา เป็นต้น เขาจะจำกัดบริเวณไว้ภายในอุทยานฯสำหรับ นักท่องเที่ยวที่เหลือเป็นพื้นที่สำหรับการอนุรักษ์สัตว์และพืช โดยกันพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้เพื่อการศึกษาวิจัยด้าน วิชาการโดยเฉพาะ เนื่องจากการจัดการอุทยานแห่งชาติของประเทศไทยยังไม่มีประสิทธิภาพดีพอ การที่มีกฎหมาย เฉพาะสำหรับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า จีงยังเป็นการเหมาะสม เพราะมีบทลงโทษต่อการกระทําผิดที่รุนแรงกว่า พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ ในอนาคตถ้ามีการจัดการเขตอนุรักษ์ดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพก็อาจไม่ จำเป็นต้องมีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอีกต่อไป ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลอาจจะนำพื้นที่เหล่านี้บางส่วนมาพัฒนา เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้ แต่คงต้องย้ำว่า ถ้าไม่มีความพร้อมในการจัดการก็ไม่ควรทำ เพราจะมีผล ในทางเสียหายมากกว่า และอาจจะเสียหายอย่างถาวรจนกระทั่งไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับสู่สภาพเดิมได้ เป็นที่น่ายินดีที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ได้รับการยกย่องและขึ้นทะเบียนให้เป็นแหล่ง "มรดกโลก" (World Heritage) ซึ่งทางองค์การ สหประชาชาติเป็นผู้พิจารณาว่า ธรรมชาติ โบราณสถานต่างๆในโลกมีที่ไหนบ้างที่ควรจะเก็บรักษาไว้เป็น มรดกสำหรับประชาชนของโลก แต่การที่จะนำพื้นที่ สถานที่ มาขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกนั้น เขามีขั้นตอน การพิจารณาอย่างละเอียดโดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาจะพิจารณาที่นโยบายของรัฐเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์ ความสามารถในการจัดการกับแหล่งธรรมชาติเหล่านี้ งบประมาณที่รัฐจะให้การสนับสนุน ฯลฯ ดังนั้นแม้ว่า เราจะได้รับการขึ้นทะเบียนไว้แล้วก็อาจถูกถอดถอนได้เช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลไทยจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ และเงื่อนไขที่ได้กำหนดขึ้นหรือไม่ ดังนั้นการจัดการจึงเป็นปัจจัยสำคัญยิ่ง ปัญหาการจัดการที่สำคัญประการหนึ่งคือการประชาสัมพันธ์ ในบางกรณีกลายเป็นดาบ สองคมได้เคยมีตัวอย่างมาแล้ว คือ การประชาสัมพันธ์โดยสื่อทางโทรทัศน์เกี่ยวกับนกยูงที่ห้วยขาแข้งเมื่อ 3-4 ปีที่แล้วเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่จะไม่มีโอกาสเห็นนกยูงตามธรรมชาติเพราะหายากและเป็นสัตว์ที่ อยู่ในข่ายอันตรายใกล้สูญพันธุ์ ทางการจึงพยายามใช้สื่อทางโทรทัศน์ในการให้ความรู้แก่ประชาชน ผลปรากฏว่ามีการจัดทำรายการทีวีสารคดีด้วยกันหลายช่อง ต่างคนต่างเข้าไปทำเพื่อมาเผยแพร่โดยลืมไป ว่าเป็นการให้ข้อมูลทั้งกับพวกนักล่าที่ทำผิดกฎหมายและกับนักท่องเที่ยวนักอนุรัษ์สัตว์ที่อยากจะไปดูด้วย ตัวเองในป่า ซึ่งเป็นผลให้มีผู้คนหลายคณะ หลายหน่วยงาน มุ่งที่จะเข้าไปในห้วยขาแข้งเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่สามารถเข้าไปดูได้เพราะเป็นเขตหวงห้าม ทำให้ผู้ที่มีความสนใจดังกล่าวต้องเสียความรู้สึก ดังนั้น ความพอดีพอควรในการประชาสัมพันธ์จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง การให้ข้อมูลว่ามีสัตว์หรือพืชหายาก อยู่ที่ไหน อาจจะนำไปสู่การลักลอบล่าสัตว์และเก็บพืชเหล่านั้น ทำให้สัตว์ป่าหรือพืชป่าที่ใกล้จะสูญพันธุ์ กลับสูญพันธุ์เร็วยิ่งขี้น อันที่จริงในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติและเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทุกแห่ง น่าจะต้องมี ศูนย์ศึกษาธรรมชาติที่สมบูรณ์ เพื่อให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยว คนที่เข้าไปเยือนอุทยานแห่งชาติของเขาทุกคน ต้องผ่านศูนย์ศึกษาธรรมชาติ ในนั้นเขาจัดนิทรรศการจำลองเรื่องธรรมชาติต่างๆไว้ให้ดูมีวิดีโอ มีสไลด์ ประกอบเสียงให้ดู เพื่อให้คนที่เข้าไปเห็นภาพรวมของพื้นที่ที่จะไปดู กระตุ้นให้เกิดความสนใจรวมทั้งเกิด ความเข้าใจก่อนที่จะเข้าไปสัมผัสกับของจริงด้วยตนเอง นอกจากนั้นแล้วจะมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบถึง กฎระเบียบข้อปฏิบัติว่าอะไรทำได้ อะไรห้ามทำ ถ้าสิ่งใดห้ามแล้วไปทำจะถูกปรับเท่าไหร่ ซึ่งเขาเข้มงวดมาก ศูนย์ศีกษาธรรมชาตินี้จึงเป็นแนวทางให้ผู่ที่เข้าไปเที่ยวในพื้นที่ได้เห็นคุณค่าว่า ความสวยงามนั้น คือ สวยอย่างไร หรือมีประโยชน์อย่างไร นกยูง ในป่ามีความเป็นอยู่อย่างไร สัตว์ป่า อื่นๆ ดำรงชีวิตอยู่อย่างไร ศูนย์ศึกษาธรรมชาติจึงเป็นสถานที่จุดแรกในการสร้างความเข้าใจและปลูกฝังจิตสำนึกเมื่อเข้าไปยัง พื้นที่อนุรักษ์ ยังมีปัญหาสำคัญของพื้นที่อนุรักษ์อีกปัญหาหนึ่งก็คือ ชาวบ้าน และชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า อุทยานแห่งชาติ หรือเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ความยากจนทำให้มีการบุกรุก ทำลายป่าแล้วใช้เป็นที่ทำกิน ซึ่งขัดกับหลักการของการอนุรักษ์และขัดต่อกฏหมาย ในบางกรณีอาจเกิดความ ขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างเจ้าหน้าที่กับประชาชน อย่างไรก็ตามรัฐคงจะต้องใช้ทั้งนโยบายด้านรัฐศาสตร์ และนิติศาสตร์ควบคู่กันไป บางพื้นที่ที่ล่อแหลมต่อการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ก็จำเป็นต้องย้ายออก ดังเช่น การย้ายชาวเขาออกจากพื้นที่หน่วยพิทักษ์ป่ายู่ยี่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยขาแข้ง แต่เมื่อย้าย พวกเขาออกไปแล้ว ก็จะต้องจัดพื้นที่ทำกินให้เชาดำรงชีพอยู่กันได้อย่างน้อยเท่าเดิม แต่ควรจะทำให้ดี กว่าเดิม ในบางพื้นที่ที่อพยพชาวเขาออกไม่ได้ ก็ต้องพยายามจัดการให้คนกับป่าอยู่ด้วยกันให้ได้ โดยยึดถือหลักการ "การพัฒนาที่ไม่ก่อให้เกิดการทำลาย"

ไดโนน้อย

back to menu